ท่องเที่ยวเอเชีย บาหลี ประวัติ เป็นอย่างไร?

ท่องเที่ยวเอเชีย บาหลีนั้น เป็น 1 ใน 34 จังหวัดของประเทศอินโดนีเซีย และมีเมืองสำคัญอย่าง เด็นปาซาร์ บาหลีมีพื้นที่ทั้งหมด 5,634.40 ตารางกิโลเมตร มีประชากรบนเกาะเพียง 3,422,600 คน นับว่าบนเกาะแห่งนี้มีความหนาแน่น ของประชากรอยู่เหมือนกัน ด้วยพื้นที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ผู้คนสามารถทำกินอยู่เพียงไม่กี่อย่าง ส่วนใหญ่จะกลายเป็นจังหวัดการท่องเที่ยว

ที่ดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยว ในแต่ละปีที่ชื่นชอบเสน่ห์ของบาหลีนั้นเอง ซึ่งในอดีตนั้นเองบาหลีเป็นถิ่นฐานเดิม ของพวกชนเผ่าออสโตรเนียน ( Austronesian ) ที่อพยพมาจากเดิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอเอเชีย

โดยใช้เส้นทางเดินเรือที่อพยพกันมา เมื่อ 2,000 ปีก่อนนั้นเอง วัฒนธรรมและภาษานั้นล้วนสามารถ ใช้ร่วมกันผู้คนบนเกาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลลิปปินส์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าประเทศในแถบนี้ล้วนมีบรรบุรุษ มาจากที่เดียวกันนั้นเอง

จากแหล่งการขุดค้นพบ เครื่องมือที่ทำจากหิน อายุกว่า 3,000 ปี รวมถึงหลุมฝังศพมนุษย์ในยุคหินใหม่ ( Neolithic ) จนถึงยุคสำริด และโครงกระดูกมนุษย์โบราณกว่า 4,000 ปีเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่าบนเกาะต่างๆนั้น

ล้วนมีหลักฐานถึงถิ่นกำเนิด ของชนเผ่าดั่งเดิมบนเกาะแห่งนี้ ก่อนที่ฮอลันดาจะมายึดครองเกาะแห่งนี้ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของกัปตัน โกเลอนียีส เดอ เฮาต์มัน ( Coloenius de Houtman ) ช่วงปี ค.ศ. 1597 ที่เริ่มต้นด้วยการเจรจา

ทางการค้ากับคนในท้องถิ่น และต่อมานั้นเองฮอลันดา ได้เป็นศูนย์กลางส่งออกเครื่องเทศ ในภูมิภาคแห่งนี้จากการเริ่มนโยบายทางการค้า จนกระทั่งเวลาต่อมา หลังจากเริ่มเข้าสู่ยุคอาณานิคม ที่ประเทศมหาอำนาจต่างๆเริ่มที่มองหาพื้นที่ทรัพยากร

ทำให้ฮอลันดาเองต้องการที่จะครอบครอง เกาะแห่งนี้เพื่อที่จะได้ผูกขาดทางการค้าได้ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1911 ฮอลันดาสามารถยึดครองเกาะบาหลีได้ทั้งเกาะ และได้รวมบาหลีเข้ากับบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา

จนกระทั่งการมาถึงของยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้บุกยังเกาะต่างๆของอินโดนีเซีย รวมถึงเกาะบาหลีแห่งนี้ ที่ถือได้ว่าอยู่ในการปกครองของฮอลันดา จนสามารถยึดครองหมู่เกาะต่างๆนี้เอาไว้ แต่ทว่าภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น

กาะบาหลีจึงได้กลับคืนสู่เจ้าของเดิม ที่เป็นชาวท้องถิ่นจนมาถึงปัจจุบันนั้นเอง ด้วยความสวยงามและเสน่ห์ของเกาะนี้ ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อันเลื่องชื่ออีกแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และวัฒนธรรมของชาวเกาะในอดีต ที่มีซากหลงเหลือบอกเล่าอารธรรมในอดีต รวมถึงกาลเวลาที่ผ่านมาด้วยนั้นเอง 

ท่องเที่ยวเอเชีย

ท่องเที่ยวเอเชีย บาหลี ได้ รับอิทธิพลจากศาสนาอย่างไร?

ในช่วงศตวรรษที่ 9 สังคมชาวบาหลีนั้นเริ่มมีการพัฒนา ทางด้านสังคมกันขึ้นผู้คนเริ่มรู้จัก การทำการเกษตรรวมถึงอยู่อาศัยร่วมกัน เป็นชุมชนขนาดใหญ่และได้กลายเป็นอาณาจักรในเวลาต่อมา ในช่วงเวลานั้นเองศาสนาฮินดู ได้มาจากเรือการค้าจากอินเดีย มาติดต่อกับชาวชวาที่นับถือศาสนาฮินดูเหมือนกัน ในช่วงเวลานั้นเองเมื่อกษัตริย์ชาวชวา ที่ทรงอิทธิพลในหมู่เกาะแห่งนี้

ได้บุกโจมตีเกาะบาหลีแห่งนี้ แต่ในต่อมาอาณาจักรสิงหะส่าหรี ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของชวา ได้ล่มสลายลงในอีก 8 ปีต่อมา ทำให้โอรสที่มีนามว่า เจ้าชายวิจายา หรือวิชัย ( Vrjaya ) และได้ก่อตั้งอาณาจักรใหม่ที่มีชื่อว่า มัชปาหิด ( Majapahit ) :

ซึ่งแต่เดิมนับถือศาสนาฮินดู จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายร้อยปี ในปี  ค.ศ. 1515 อิทธิพลของศาสนาอิสลาม ได้เข้ามาบนเกาะแห่งนี้ จนทำให้อาณาจักรมัชปาหิดนั้น ต้องล่มสลายลงเพราะชาวมุสลิม ผู้คนชาวฮินดูในอาณาจักรต่างอพยพ

หนีตายกันมายังเกาะบาหลีแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นช่างศิลป์ นักแสดง นางรำ ตำแหน่งต่างๆในราชสำนัก ต่างย้ายกันมาอาศัยอยู่ในเกาะแห่งนี้ จึงได้นำวัฒนธรรมรวมถึงสิ่งของโบราณ ติดกลับมายังที่เกาะแห่งนี้อีกด้วย  ทำให้เกิดวัดปูราลูฮูร์อูลูวาดู ( Pura Luhur Ulu Watu )

และ วัดปูราตานะห์ลด ( Puta Tanah Lot ) ขึ้น การอพยพครั้งใหญ่ของชาวฮินดู ได้สิ้นสุดลงในศตวรรษที่ 16 จึงทำให้เกิดการผสมผสาน กับวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้เกิดสังคมฮินดูขึ้นมาใหม่ รวมถึงศิลปะที่บ่งบอกถึงงานศิลป์ของฮินดูด้วยนั้นเอง

บาหลีสถานที่ท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง?

นับว่าเป็นเกาะแห่งวัฒนธรรมเลยทีเดียว ที่มีการผสมผสานเข้ากับศาสนาฮินดูและคนในท้องถิ่น จนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่มีลวดลาย แบบเฉพาะของชวา ที่ถือว่ามีเชื้อสายเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง และด้วยธรรมชาติทางทะเล ป่าไม้ และน้ำตก อันเป็นธรรมชาติที่สวยงามบนเกาะแห่งนี้ ทำให้เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก ปัจจุบันถือว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย

ยิ่งเป็นการเพิ่มรายได้ในด้านการท่องเที่ยว และพัฒนาการท่องเที่ยวให้ดีขึ้นไปกว่าเดิมนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวแรกคือ ตานะฮ์ลต ( Tanah Lot ) เป็นวัดเก่าแก่ของเกาะแห่งนี้ ตั้งอยุ่ในเขตตานาบัน ( Tabanan )

ห่างจากเมืองเดนปาซาร์ราวๆ 30 กิโลเมตร ที่ตั้งของวัดนั้นอยู่บนภูเขาหิน ใกล้กับชายฝั่งทะเล Gili Beo ในอดีตเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ Dang Hyang Nirartha เป็นที่สำหรับนักบวชชั้นสูงนั้นเอง สำหรับในยุคหนึ่งที่ศาสนาฮินดูเจริญรุ่งเรือง

ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ น่าทึ้งถูกสร้างไว้กลางธรรมชาติ ด้วยเส้นทางที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะตลอดเวลา จนเหลือทางที่จะข้ามเพียงนิดเดียว ทำให้เป็นวัดเกาะกลางทะเลเล็กๆ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ของผุ้คนที่นี้นั้นเอง

สถานที่ต่อไปคือ ภูเขาไฟบาตูร์ ( Mount Batur ) ภูเขาไฟที่เก่าแก่ของเกาะแห่งนี้ที่ยังรอวันคุกรุ่น ตั้งอยู่ในเขตบังลี ( Bangli ) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของบาหลี มีความสูงราวๆ 1,717 เมตร จากระดับน้ำทะเล

โดยรอบภูเขาไฟนี้ยังมี ทะเลสาบ ( Lake Batur ) ขนาดใหญ่เหมือนเป็นแอ่งขนาดใหญ่ ดูเรียบสงบเข้ากับบรรยากาศ ของธรรมชาติป่าเขาแห่งนี้ วิวของที่นี้นั้นนับว่าคุ้มค่าอย่างมาก กับการเดินทางได้มาชมกับตัวเอง

ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ถ้าหากได้มาสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรม ของผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้กับทะเลสาบ และภูเขาไฟขนาดใหญ่ตรงหน้าพวกเขานั้นเอง  นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมที่ชื่อว่า Pura Ulun Danu Batur

ยื่นออกไปในทะเลสาบเป็นอีกแลนด์มาร์กหนึ่ง ของการมาถ่ายรูปบรรยากาศหมอก ที่ปกคลุมทะเลสาบแห่งนั้นเอง เราไปกันต่อที่ ชายหาดในกูตา ( Kuta ) เป็นชายหาดอีกแห่งของบาหลี ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

เพราะชายหาดแห่งนี้มีความกว้าง และเงียบสงบเหมาะ แก่การมาพักผ่อน เล่นน้ำ หรือเล่นกิจกรรมทางน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยที่สุดบนเกาะบาหลีเลยทีเดียว ในช่วงเวลาเย็นๆผู้คนต่างจะมานั่งดูพระอาทิตย์

ที่กำลังลับขอบฟ้านั้นเอง สถานที่สุดท้ายคือ Sekumpul Waterfall เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และมีความสวยงามอันดับต้นๆ ของเกาะแห่งนี้เลยทีเดียว เพราะด้วยธรรมชาติป่าไม้โดยรอบ ที่ปกคลุมน้ำตกขนาดใหญ่แห่งนี้ จากแม่น้ำ 3 แห่งกลายมาเป็นน้ำตก 3 สาย

ขนาดใหญ่ด้วยหน้าผาที่สูงถึง 80 เมตร สามารถมาชมน้ำตกแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปี ด้วยความสวยงามแห่งนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวต่าง มาเล่นน้ำรวมถึงพักผ่อน จับกลุ่มพูดกันฟังเสียงน้ำตก ให้ความรู้สึกร่มเย็นด้วยอากาศที่ชื้นจากป่า

และน้ำตกนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวของบาหลี ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของชวา รวมถึงธรรมชาติอันสวยงาม อันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะแห่งนี้นั้นเอง

ท่องเที่ยวเอเชีย

ปัจจุบันบาหลีเป็นอย่างไร?

เกาะบาหลีนั้นนับว่าเป็น สถานที่ธรรมชาติอันสมบูรณ์ของประเทศ อินโดนีเซียเลยทีเดียวเพราะด้วยความสวยงามนี้เอง ได้ผลักดันให้การท่องเที่ยวของที่นี้ เจริญเติบโตเป็นอย่างมากเพราะด้วยความสวยงาม และชื่อเสียงที่ทั่วโลกได้รู้จัก จึงได้นำพาเสน่ห์ของที่นี้ให้มีความน่าสนใจ รวมถึงรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ถึงแม้จะเปิดประเทศให้มีการท่องเที่ยว หรือแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแต่ก็ ไม่อาจทำลายอัตลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานนั้นเอง

สรุปการท่องเที่ยวบาหลีเป็นอย่างไร?

บาหลีนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีความสวยงามและแฝงไปด้วยวัฒนธรรม ของผู้คนบนเกาะแห่งนี้ที่ยังคง มีศรัทธาต่อศาสนาฮินดู หลังจากที่อิทธิพลของศาสนาอิสลาม ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงเกาะต่างๆ ของประเทศอินโดนีเซียรวมถึงประเทศอื่นๆ ในบริเวณทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยนั้นเอง ที่นี้จึงเป็นที่เดียวอันเป็นแหล่งร่องรอยอารยธรรม

ของศาสนาฮินดูที่สุดท้ายของอินโดนีเซีย และยังคงเป็นไปในแบบ ดั่งเดิม ของคนในพื้นที่ในการดึงดูด ให้ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวที่นี้ มีความน่าสนใจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ได้อย่างดีนั้นเอง

จึงทำให้มองว่า บาหลี เป็นเกาะแห่งวัฒนธรรม ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติและความเชื่อ มาอย่างยาวนานตั้งแต่บรรพชนแล้วนั้นเอง ด้วยรากฐานทางเชื้อชาติ ซึ่งเป็นคนชวาที่อพยพ มาจากแผ่นดินใหญ่ของอินโดนีเซ๊ย แล้วมาผสมรวมกับคนในท้องถิ่น จึงกลายมาเป็นวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ อย่างหนึ่งของเกาะแห่งนี้นั้นเอง

ท่องเที่ยวทั่วโลก

ท่องเที่ยวในไทย